เกสท์เฮาส์สุดชิค กลางใจเมืองโตเกียว  

Curated by :  Chiiro Nishimura

เมื่อวันก่อนที่เล่าเรื่องโรงแรมไปเยอะแยะ วันนี้จะพาไปดูเกสท์เฮาส์แบบเจาะลึก จริงๆคือมีโอกาสพอดี เพื่อนมาเที่ยว แล้วจองที่พักไว้คุยกันไว้นานละว่าขอไปร่วมแจมด้วย เพราะว่าข้างล่างที่พักเป็นร้านกินข้าวกึ่งบาร์กินเสร็จ นอน ออกไปเที่ยวต่อ ไม่เสียเวลาดี


JAPANIZE Guest House & Bar


ที่เพื่อนมาพักครั้งนี้ค่อนข้างอยู่ใจกลางเมืองเลยแหละ แบบว่าเดินออกจากสถานีมาเดินไม่ถึง 1 นาทีถึงเลย เหมาะกับคนขี้เกียจอย่างเรามาก ฮ่าฮ่า

ช่วงนี้หน้าหนาวมืดไว กว่าจะมาถึงก็มืดแล้ว รีบเข้าไปเช็คอินก่อน


หน้าโฮสเทล


เช็คอินแล้ว เอากระเป๋าไปเก็บก่อน กะๆ ความสูงของบันไดแล้วก็แอบหนักใจ ตึกนี้มีอยู่ 4 ชั้น ไม่มีลิฟท์ด้วย เพื่อนเราได้ชั้น 3 ก็ช่วยกันหอบข้าวของขึ้นไป แนะนำว่า ถ้าขี้เกียจก็เอากระเป๋าเดินทางใบใหญ่ฝากไว้ชั้น 1 แล้วเอาแต่ของมีค่าขึ้นไปก็ได้ (ของมีค่าไม่มีล็อกเกอร์ให้เก็บ เอาไว้กับตัวจะดีที่สุด)


อย่างที่เห็นในรูปคือ ชั้นล่างสุดเป็นเคาร์เตอร์เช็คอิน กับเดินเข้าไปหน่อย เป็นร้านอาหารกึ่งบาร์ เรียกแบบญี่ปุ่นหน่อยก็เป็นแนวอิซากายะ กินดื่มทั่วไป


บรรยากาศข้างในโรงแรม


ตอนเช็คอินเค้าจะให้กระดาษใบเล็กๆมา บอกรหัสเตียงนอนของเรา บอกรหัสประตูเข้าห้องนอน อันนี้สำคัญเน้อ ถ้าทำใบหายเข้าห้องนอนไม่ได้นะ แล้วก็บอกว่าใช้ห้องอาบน้ำได้ชั้นไหน เช็คเอาท์กี่โมง อีกอย่างๆๆๆๆ ใบนี้ข้างหลังเป็นตั๋ว 1 drink ไว้กินที่ร้านข้างล่าง สั่งน้ำฟรีแก้วนึง เบียร์สด หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั่วไป เหล้าบ๊วยไรงี้ก็ได้นะ แต่ถ้าพวกเหล้าชนิดพิเศษ craft beer หรือที่ราคาแพงหน่อย จะใช้คูปองนี้ไม่ได้นะ


เบียร์สดใช้ได้ ใครคอเบียร์ก็มาจัดเลย เย็นเจี๊ยบบบบบบ


พ็อกเก็ตไวไฟก็มีให้เช่านะ ราคานี้บวกค่าประกันอีก 5000 เยน


ถ้าจะเช่าไวไฟตอนออกไปข้างนอก ก็เช่ากับเค้าได้เลย วันละ 500 เยน แต่ถ้าไวไฟในเกสท์เฮาส์ มีอยู่แล้วนะ ใช้ฟรีได้เลย สัญญาณก็โอเคเลยเลยล่ะ ที่เตียงเราก็มีสัญญาณ ใครที่อยากนอนดูหนังนั่นนู่นนี่ เน็ตแรงใช้ได้


เดินเข้าไปเป็นร้านอาหารเล็กๆของเกสท์เฮาส์ บรรยากาศดีอ่ะ เท่าเห็นเห็นนอกจากจะมีแขกในเกสเฮ้าท์มากินข้าวแล้ว ก็ยังมีขาประจำคนญี่ปุ่นที่ไม่ได้พักที่นี่มากินด้วย พอกึ่มๆ ละก็เป็นเพื่อนกันหมด เฮฮามาก หนุ่มญี่ปุ่นแอบหล่อ แต่พูดอิ้งไม่ได้เลย ก็คุยกันจนเมื่อยมือไป



มุมจากร้านอาหารมองออกไปข้างนอก


สำรวจสถานที่กันก่อน เริ่มจากห้องนอน โซนห้องนอนมีชั้น 3 กับชั้น 4 ที่นี่ไม่มีแบ่งชายหญิง นอนรวมกันจะวางของก็เอาไว้แถวๆเตียงเอา อย่างที่บอกแล้วว่าไม่มีล็อกเกอร์ให้เก็บของมีค่า ตอนนอน กระเป๋าตงกระเป๋าตังค์ มือถือ แทบเล็ท พาสปอร์ต ก็แทบจะต้องเอามากอดนอนแล้ว อันนี้ไม่ดีเท่าไหร่ คนมันมากหน้าหลายตา แถมห้องนึงก็อยู่กันหลายคน หายไปไม่คุ้มเท่าไหร่


คือจริงๆ มันก็ดูค่อนข้างปลอดภัยอ่ะนะ ไม่เคยมีรีพอร์ทว่าอะไรหาย แต่เราก็ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่า



แต่ว่าพวกเตียงหรือความสะอาดนี่ถือว่าดีมากๆเลยนะ เค้าจะให้ผ้าปูเตียง ปลอกหมอน ปลอกฟูก มาให้เราใส่เอง แต่ตอนเช็คเอาท์ไม่ต้องถอดคืน ปล่อยไว้อย่างนั้นได้เลย ส่วนกลิ่นผ้า ความสะอาดอะไรยังดีอยู่มาก เพราะที่นี่เพิ่งเปิดใหม่ด้วยแหละ ยังไม่กรำศึกเท่าไหร่


บนหัวเตียงจะมีโคมไฟ แล้วก็ปลั๊กไฟให้ใช้แยกเป็นส่วนตัว ไม่ต้องแบ่งร่วมใช้กับใคร จัดว่าสบายเลยเรา นอนโพสท์รูปรัวๆไปทั้งคืน



ถัดมาเป็นโชนส่วนรวม จะอยู่ชั้น 2 หมดเลย ทั้งห้องครัว ห้องนั่งเล่น ห้องอาบน้ำ ห้องน้ำ เครื่องซักผ้าก็มี เครื่องซักผ้าที่นี่ไม่ต้องหยอดเหรียญด้วยนะใช้ฟรี แต่ต้องไปซื้อผงซักฟอกมาใส่เอง จะซื้อจากคอมบินีหรือซื้อจากชั้นล่างของเกสท์เฮาส์ก็ได้ เค้ามีขาย 100 เยน


แต่เราก็พักแค่คืนเดียวเอง ก็เลยไม่มีความจำเป็นต้องใช้เครื่องซักผ้า ใครพักหลายคืนหน่อยก็สะดวกดีนะ ส่วนแชมพู ครีมนวด สบู่ เค้ามีให้ไม่ต้องเอามา ผ้าเช็ดตัวก็เช่าได้ 200 เยน ถ้าไม่อยากจ่ายก็เตรียมมาเองได้ ไม่มีปัญหา ไดร์เป่าผมก็มีให้ในห้องน้ำเลย


ชั้นที่เรานอนจะมีแค่ห้องน้ำสำหรับทำธุระหนักเบา แต่ถ้าจะอาบน้ำจะมีแค่ชั้น 2 จ๊ะ


ห้องนั่งเล่นเป็นของเรา


ห้องนั่งเล่นเองก็กว้าง ถ้าจะอยากจะมาเมาท์มอย วางแพลนเที่ยวพรุ่งนี้ หรือกินหนมจุ๊บจิ๊บ ก็มาใช้บริเวณนี้กันได้เลย จะได้ไม่ต้องไปรบกวนคนที่นอนในโซนห้องนอนด้วย แต่ว่าถ้ากินเล่นอะไรเสร็จแล้ว อย่าลืมทำความสะอาดให้เค้าด้วยนะ ใช้ของส่วนรวมต้องมีน้ำใจต่อกันอ่ะเนอะ ใจเค้าใจเรา


บรรยากาศที่นั่งเคาท์เตอร์ ส่วนใหญ่ครัวสไตล์ญี่ปุ่นก็เป็นครัวเปิด เรากินไป ดูคนทำทำไปด้วย เพลินๆ


สำรวจเสร็จก็หิวละมากินข้าวกัน เหนื่อยๆ ไม่อยากออกไปกินข้างนอก ก็เลยชวนเพื่อนกินที่ร้านข้างล่างเลย ไหนๆก็มีคูปองน้ำฟรีแก้วนึงด้วย ถือว่าไม่เสียหาย


คือจริงๆ วันนั้นฝนตกด้วยแหละ อากาศก็หนาว แถวๆ นั้นก็ไม่มีอะไรน่ากินเท่าไหร่ (แบบร้านธรรมดาจริงๆ) ยกเว้นถ้าจะออกไปสถานีโตเกียว หรือ ย่านมารุโนะอุจิก็เวิร์คอยู่ (ถัดออกไปแค่สถานีเดียว นั่งรถไฟตูดไม่ทันอุ่นเลย)


ไดจังนี่สงสัยจะพ่อครัว ตลกดี


เมนูน้ำที่ให้สั่ง มีเยอะมาก แล้วก็มีภาษาอังกฤษด้วย ไม่มีรูป อาจจะดูยากหน่อย


เหล้าบ๊วยโซดา จัดไป๊


ออเดิร์ฟมาเป็นอย่างแรก ลูกชิ้นปลากับข้าวโพด ทอดมาใหม่ๆ เลย


ซูมชัดๆ อีกซักรูป เคี้ยวหนุบๆ หนับๆ


และด้วยความหิวโหย เลยสั่งมาไม่ยั้งเท่าไหร่ แถมไม่มีใครห้ามใครด้วย 555


ราคาก็โอเคนะ ระดับอิซากาย่าทั่วไป อย่างละ 300-500 เยน ที่เราอยากลองอีกอย่างคือสเต๊ก แต่เพื่อนไม่มีใครเอาด้วยสักคน จะกินคนเดียวก็เหมือนจะไม่ไหว ชิ้นนึง 250 กรัมได้ กินละนอน คงผอมเอาๆ


อะโวคาโด้กับครีมชีส โอ้ววว มันอุมั่ยมากๆ


ไก่ทอดคาราอาเกะ จานนี้ไดจังแนะนำว่าต้องกิน


กินผักซะหน่อยเดี๋ยวท้องผูก นี่ half portion นะ ได้เยอะมากกินแทบไม่หมด


ที่บาร์นี้เค้ามีมีเกมให้เล่นด้วย ถ้าวางเหรียญไว้บนเลม่อนได้นานเกิน 5 วินาที จะได้เครื่องดื่มฟรี !!!!!!!!! คิดว่าได้มั้ยให้เดา…


มันดูง่ายๆ แต่มันโคดยากเลย แนะนำนะให้ลองดู ความอยากชนะมันจะทำให้เราล้มละลายได้


ดีนะลองด้วย 10 เยนก่อน ถ้าลงไป 100 เยนนี่คงมีเสียดาย


ตบท้ายด้วยของหนักๆ อย่างพิซซ่าสักหน่อย


สภาพช่วงระหว่างทำสงครามกับอาหารพร้อมๆกับการเมาท์อย่างไม่สิ้นสุด


กินเล่นๆ แต่เอาจริงๆ ก็อิ่มนะ ต่อให้เพื่อนไม่มาพักที่นี่คราวหน้าก็อาจจะมานั่งดริ้งได้ชิวๆ ที่ร้านนี้ เจ้าของเค้าเลี้ยงหมาชิบะไว้ด้วย ถ้ามาแล้วโชคดีก็อาจจะได้เจอนะเออ


นี่ พระเอกของวันนี้ รูปนี้ถ่ายสัก 4-5 เดือนมาละ ตอนนี้ก็เป็นหนุ่มแล้วล่ะ หล่อเฟี้ยววววว ปล เจ้าของหมาก็หล่อนะ


หนังท้องตึงหนังตาก็หย่อน คุยกันเรื่องเที่ยวพรุ่งนี้จบแล้วก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำนอนแหละ



สุดท้ายนี้ …

อยากเตือนนิดนึงเรื่องการใช้เสียง ต้องเกรงใจคนอื่นนิ้ดดดดนึง ถ้าขึ้นมาที่ห้องนอนแล้วจะดีที่สุดถ้าเราจะไม่พูดคุยกัน วันที่เราไปพักก็มีคนไทยกลุ่มใหญ่มาพัก แล้วคุยกันเสียงดังมาก ไหนจะเปิดปิดกระเป๋า กุกๆ กักๆ อยู่จนถึงดึกมาก จนแขกคนอื่นต้องเดินไปเตือน (อายเค้าขร่ะ) ก็ใจเขาใจเราเนาะ คนที่เค้ามาเหนื่อยๆ อยากพักผ่อนก็มี

Website and reservation : hisgo


การเดินทาง
1.เริ่มต้นจากสถานี Tokyo นั่งรถไฟสาย Soubu-kaisokusen (総武快速線) ใช้เวลา 4 นาที ถึงสถานี Bakurochou (馬喰町)
2.ถ้านั่งสายใต้ดินสาย Toei-shinjuku line (都営新宿線) ลงสถานี Bakuroyokoyama (馬喰横山)

ORIGINAL ARTICLE SOURCE : www.hisgo.com/visit-japan/

Add a new Comment

If you want to write a comment, Please log in.
Log In