เดินเล่นสวนด้านนอกและสวนฝั่งตะวันออกของพระราชวังอิมพีเรียล♪  

ใช้เวลาเดินจากสถานีโตเกียวเพียง 15 นาทีเท่านั้น เราก็จะเริ่มเห็นสวนด้านนอกและสวนฝั่งตะวันออกของพระราชวังที่ถูกล้อมรอบไปด้วยต้นไม้และใบไม้ที่เขียวขจี

น่าเสียดาย คราวที่แล้วที่เราพาไปเที่ยวสวนสนุกฟูจิไฮแลนด์ ฝนฟ้าและสภาพอากาศไม่ค่อยเป็นใจเท่าไหร่ ทั้งฝนตกและลมแรงทำให้เราไม่สามารถเล่นเครื่องเล่นบางชนิดได้

คราวนี้ก็เช่นกัน พอเรามาถึงที่สวน ก็เริ่มมีเมฆฝนก้อนใหญ่เบ่อกำลังก่อตัวอยู่เหนือสวน ลองคิดในแง่ดี ลมพัดเย็นสบาย อากาศก็ไม่ร้อน แถมไม่มีแดดอีก อะไรจะเหมาะแก่การเดินเล่นขนาดนี้ เสียอย่างเดียวต้องมาคอยลุ้นว่าฝนจะตกเมื่อไหร่ ฮ่าๆ

บางนี้เราก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าพอเราออกจากบ้านพาเพื่อนๆไปเที่ยวทีไร วันนั้นฟ้าต้องมืด ฝนตกทุกที หรือว่าจริงๆแล้วเราเป็นนางแมวที่เอาไว้แห่เรียกฝนกันแน่? ฮ่าๆ


ถ้าอากาศสดใส ท้องฟ้าเปิด รูปที่ถ่ายออกมาต้องสวยมากแน่ๆเลย


ถึงแม้ว่าอากาศจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ทว่านักท่องเที่ยวต่างชาติก็ยังคนมาเยี่ยมชมกันอย่างล้นหลาม ไม่ต่างจากวันที่อากาศดีเลย

พอเราเข้ามาในสวน สิ่งแรกที่เราพบคือ นิจูบาชิ หรือสะพานสองชั้น ที่พาดผ่านคูเมือง

มองดูผ่านๆเพื่อนๆคงนึกว่า เอ๊ะ ไม่เห็นจะเป็นสองชั้นเลย ก็เหมือนสะพานธรรมดานี่หน่า

ที่สะพานนี้ได้ชื่อว่าสะพานสองชั้น จริงๆแล้ว เมื่อสมัยเอโดะ สะพานแห่งนี้ใช้ท่อนซุงท่อนใหญ่เป็นฐาน แล้วจึงสร้างสะพานทับท่อนซุงนั้น กลายเป็นสะพานสองชั้น



ต่อไป เราจะพาเพื่อนไปเที่ยวชมสวนฝั่งตะวันออกกันบ้างค่ะ

ทางเดินจากสวนรอบนอกไปยังสวนฝั่งตะวันออกถูกล้อมรอบไปด้วยต้นไม่สูงใหญ่เป็นจำนวนมาก เป็นภาพวิวที่สวยงามมากจริงๆค่ะ



ในที่สุด!เราก็เดินมาถึงโอเทะมง หรือประตูทางเข้าใหญ่แล้ว

เมื่อเราเดินเข้าไป จะมีพนักงานแจกตั๋วที่คล้ายๆตั๋วผ่านประตูได้ เมื่อเราได้รับตั๋วนั้นแล้ว เราถึงจะสามารถเข้าไปในสวนได้



ในบริเวณนี้เป็นพื้นที่สีเขียวที่ต้นไม้ถูกตัดแต่งอย่างเป็นระเบียบสวยงาม



พอเข้ามาในนี้และถูกล้อมรอบด้วยต้นไม้สีเขียว ทำให้ได้รับโอโซนเต็มที่ รู้สึกสดชื่นมากๆเลยค่ะ♪



ตรงนี้คือสวนนิโนะมารุ ซึ่งจะมีดอกไม้หลายๆพันธุ์บานตามฤดูกาลแตกต่างกันไป ทำให้สามารถเพลิดเพลินกับการชมดอกไม้ที่นี่ได้ตลอดทั้งปีเลยล่ะ



ตรงนี้คือซากหอคอยปราสาทเอโดะค่ะ

โดยหอคอยนี้ถูกสร้างขึ้นในปี1638 มีความสูง58เมตร ซึ่งถือว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นสมัยนั้น



และทั้งหมดนี้คือการนำเที่ยวสวนด้านนอกและสวนฝั่งตะวันออก มีทั้งคนที่มาเดินเล่นคุยกันชิวๆและคนต่างชาติที่มาเพื่อท่องเที่ยว นี้เป็นครั้งแรกที่เรามาที่พระราชวังอิมพีเรียลแต่เราคิดว่าเป็นสถานที่ที่เงียบสงบและเหมาะมากในการเดินคุยกันไปเรื่อยๆชิวๆค่ะ

สวนฝั่งตะวันออกซึ่งมีซากของปราสาทเอโดะเหลืออยู่เป็นแห่งๆ เปิดให้คนทั่วไปเข้ามาผ่อนคลายได้ในปี1968 เป็นหนึ่งในสถานที่แนะนำสำหรับคนที่เหนื่อยล้าจากการใช้ชีวิตวุ่นวายในเมืองเลยล่ะค่ะ


ORIGINAL ARTICLE SOURCE : www.hisgo.com/visit-japan/

Add a new Comment

If you want to write a comment, Please log in.
Log In